สมัยก่อนจะเปิบ ไก่เบตง ทีดูเอิกเกริกวุ่นวาย
นั่งรถไฟเป็นวัน นั่งรถยนต์พันกว่าเลี้ยว แต่เดี๋ยวนี้...ประเดี๋ยวเดียว
อยู่แค่ ซอยทองหล่อ กรุงเทพฯ คราวนี้...ได้เปิบกันแล้วเจ้าค่ะ
ไก่เบตง ที่อีชั้นเคยแนะนำไปแล้วว่า ในบรรดาไก่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น
ไก่ขาว...ไก่ดำ...ไก่บ้าน หรือไก่โรงงาน ไก่เบตงเปิบอร่อย เปิบพิสดารที่สุด
ความเอร็ดอร่อยของ ไก่เบตง คงจะเป็นเพราะเป็นไก่ของจีนโบราณ
เป็นพันธุ์ที่เอามา จากมณฑลกวางไสทางตอนใต้มณฑลกวางตุ้ง อยู่ตรงข้ามกันกับ
เกาะไหหลำ ไก่พันธุ์นี้ประหลาด พอเกิดมาก็ล่อนจ้อน... มีแต่เนื้อมีแต่หนัง
จะหาขนมาทำไม้ปัดขนไก่ได้ยาก ยิ่งโตก็ยิ่งมีขนน้อย โดยเฉพาะขนหาง
ขนหน้าอกน่ะหาแทบไม่ได้เอาเสียเลย ไก่เบตง ไม่มีมัน ไม่มีเลี่ยน
เนื้อไก่จะแน่นเคี้ยวหนุบๆ ส่วนหนังน่ะแปลก หนังไก่เบตงจะบาง แต่เวลาเคี้ยวกรึบ...กรึบ
เหมือนเนื้อแมงกะพรุนกรอบ ใครเปิบชอบกันทั้งนั้น ตะก่อน...ตะไร
ใครจะไปกิน ไก่เบตง ก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องใหญ่เอิกเกริก เพราะจะต้องนั่งรถไฟไปลงจังหวัดยะลา
เดินทางกันเป็นวันๆ ถึงจะนั่งเครื่องบินชั่วโมงกว่าไปลงที่หาดใหญ่
แต่ก็ต้องต่อรถยนต์ไปอีกสองชั่วโมง บางทีก็ถึงสาม เพราะต้องเลี้ยวซ้าย...
โค้งขวา เลี้ยวจนเวียนหัว นับดูแล้วกว่าจะถึงเบตงไม่น้อยกว่า สองพันโค้ง
ว่าเข้าไปนั่น
แต่อาทิตย์นี้สบายแล้ว... แจ๋วต่างหาก ไม่ต้องยุ่งยากไปถึงยะลา
ไม่ต้องไปถึงเบตง เพราะเดี๋ยวนี้เขายก ไก่เบตง มาขายที่กรุงเทพฯ
แล้วละ... เจ้าข้า กลางซอยทองหล่อ หรือสุขุมวิท55 ตอนนี้ภัตตาคาร
อัน อัน เหลา ซึ่งเป็นภัตตาคารชื่อดังของเมืองยะลา ยกมาตั้งสาขาอยู่ในกรุงเทพฯ
เพื่อจะเอา ไก่เบตง มาให้คนกรุงเทพฯพิสูจน์ความเอร็ดอร่อยโดยเฉพาะ
ร้านนี้อีชั้นรู้จักดี เวลาไปยะลาทีไรเป็นต้องมีคนพาไปเลี้ยงที่นี่
เพราะถือว่าเป็นภัตตาคารชื่อดังประจำจังหวัด และที่สำมะคัญก็คือ
เป็นร้านที่มี ไก่เบตง ขายทั้งปี รวมทั้งมี กบภูเขา หรือ กบถูด
กบยักษ์พันธุ์ใหญ่ที่สุดของเมืองไทย มีเฉพาะในจังหวัดยะลา เอามาขายเป็นประจำด้วย
ภัตตาคาร อัน อัน เหลา ยกร้านมาเปิด ที่กรุงเทพฯนี่ ถือว่าเอาฝีมือของคนยะลา
มาโชว์กันถึงหัวบันไดบ้านเลย
ไก่เบตง ที่ขึ้นชื่อลือชามีขายทุกวัน ใครที่ไม่เปิบก็ควรจะลองเปิบกันดูว่า
ไก่เบตงต้มราดด้วยซีอิ๊วหอมกระเทียมเจียว เอร็ดอร่อยอย่างไร เคล็ดลับที่พิสดารอยู่ที่ว่าวิธีทำของเขาทำแบบคนจีนกวางไสเก่าทำ
ไม่เหมือนไหหลำ แต้จิ๋ว อย่างที่เราคุ้นปากเคยตา เล่ากันว่ากว่า
จะได้กินไก่เบตงกันที ต้องใช้เวลาในการทำ เริ่มตั้งแต่ใช้ไฟอ่อนๆ
ต้มเพื่อให้เนื้อสุกหนังแน่น สุกแล้วยังต้องเอามาแช่น้ำเย็น ที่จะต้องมีน้ำไหลผ่าน
แล้วทิ้งไว้ระยะหนึ่ง ถึงจะยกออกมาผึ่งลม ให้แห้งอีกระยะหนึ่ง
ถึงจะลงเขียงเลาะกระดูกสับเฉพาะเนื้อกับหนัง แล้วถึงเอาเครื่องราดหน้าอีกทีหนึ่ง
จึงจะเปิบให้อร่อยพิสดารได้
เพราะว่าเป็นร้านอาหารฝีมือจีนเบตง ที่ทำอาหารจีนไม่เหมือนจังหวัดไหนๆ
คนเบตงส่วนใหญ่มาจากมณฑลกวางไส ฝีมือเพี้ยนไปจากกวางตุ้ง แต่ก็อร่อยไปอีกอย่าง
ที่นี่ก็ยกอาหารสัญลักษณ์เบตงอีกอย่างมาขายเรียกว่า เคาหยก แปลเป็นภาษาเราก็คือ
หมูอบเผือก อาหารจานนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบกินอาหารแปลกรสชาติไม่เหมือนใคร
จะเรียกว่าเป็นการทำ หมูสามชั้น ที่อร่อยกว่าขาหมูทั้งหลาย รสชาติออกเค็มเผ็ดหอมเครื่องเทศกลิ่นแปลกๆ
ที่ไม่เคยจมูก อีกจานหนึ่งเป็นอาหารเบตงเช่นกันคือ ก๋วยเตี๋ยวหลอดเบตง
วิธีทำไม่เหมือนของแต้จิ๋ว เพราะเครื่องเคราเยาะกว่า รสชาติก็
ไม่ได้ออกหวานซีอิ๊ว แต่เป็นหวานเพราะไส้ข้างใน ที่นึ่งไว้กับแป้งก๋วยเตี๋ยว
หัวปลาต้มเผือก ก็เป็นหัวปลาจีน ที่ต้มกับซี่โครงหมูอ่อน
มีเต้าหู้ขาวกับเผือกและเห็ดหอมปนมาเคี่ยวจนเข้าเนื้อ เข้าน้ำออกรสชาติเข้มข้น
คนที่ไม่เคยลอง ซดสักคำแล้วซดเกลี้ยงหม้อ
ภัตตาคาร อัน อัน เหลา ขายอาหารแบบจีนเบตง เมนูอาหารพิสดารยังมีอีกมากมาย
แต่สำหรับ กบภูเขา แล้ว เขาเอามาผัดเผ็ดใบกะเพราแปลกๆ เพราะแทนที่จะสับกบแบบคนภาคกลาง
เขากลับหั่นกบเป็นชิ้นโตๆ เอาไปทอดให้กรอบเสียก่อน ถึงจะเอาไปผัดกับ
พริกใบกะเพราทีหลัง เป็นวิธีทำแบบคนเบตงที่ไม่เหมือนใคร เอร็ดอร่อยไปอีกแบบ
พวกไต้หวัน ฮ่องกง ลงเครื่องบินปั๊บ ก็สั่งให้พามา ร้านนี้ทันที
ตอนนี้ไปโด่งดังถึงเมืองจีนแล้วละเจ้าข้าเอ๊ย!!